…ชีวิตคนไทยในต่างแดน….


หลายคนใฝ่ฝันที่จะไปใช้ชีวิตในแต่งแดน บอกได้เลยว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิด ซึ่งปัจจุบันฉันได้มีโอกาสไปอยู่ที่ประเทศสวีเดน ทางตอนใต้ของสวีเดน อย่างที่ทุกคนเข้าใจหรือเห็นในทีวี คืออากาศค่อนข้างจะหนาวเย็นตลอดปี มีหิมะสีขาวตกลงมา ใช่มันสวยงามมาก สำหรับคนไทยที่ไม่เคยเห็นหิมะ มันไม่ง่ายที่จะปรับตัวเข้ากับสังคม และชุมชน หรือแม้นแต่ทุกอย่างในชีวิตประจำวัน สภาพอากาศที่แปรปวนอยู่ตลอดเวลา ฉันเสี่ยงที่จะป่วยหนัก เพราะเป็นโรคภูมิ.ทุกวันนี้ฉันดูแลตัวเองอย่างดีที่สุด ข้อดีของการไปอยู่ต่างประเทศ คือคุณพบกับสังคมใหม่ ประสบการณ์ใหม่ เจอผู้คนตัวสูงๆ ผิวขาว หน้าตาคล้าย ๆ กัน ไม่มีใครพูดภาษาไทยเลย ..ครั้งที่ไปอึดอัดมาก เพราะเป็นผู้หญิงไทย เดินไปไหนมาไหน ก็จะมีคนมอง เอ๊ะ…เราแต่งตัวประหลาดรึเปล่า กังวลไปหมดไม่ว่าจะเดินออกไปซื้อของที่ซุปเปอร์ใกล้ ๆ บ้าน…โชคร้ายของฉันคือคนสวีเดนพูดภาษาสวีดิช ใช้ภาษาอังกฤษ น้อยมาก บางคนพูดแต่ภาษาสวีดิชเท่านั้น …ฉันเริ่มอยู่เฉย ๆ ไม่ได้แล้ว ต้องเอาหนังสือมาอ่านเรียนภาษาด้วยตัวเองและให้แฟนช่วย บางเวลาฉันจะบังคับเขาให้เป็นคุณครูหลังจากที่เขาเลิกงาน ฉันจะเป็นนักเรียน เริ่มจากอ่านนิทานเล่มเล็ก ไปเรื่อย …ภาษาสวีดิชมันไม่ได้ง่ายอย่างที่ใครจะพูดได้…ฉันต้องการสื่อสารกับผู้คน
3 เดือนแรกที่ไป เราไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ นอกจากเป็นนักท่องเที่ยวเท่านั้น ใกล้วีซ่าจะครบกำหนดกลับเมืองไทย มันใจหายแปลก ๆ ใช่ยังไม่อยากกลับเพราะอยากเห็นหิมะ เราสามารถให้แฟนการันตีให้อยู่ต่อได้อีก 3 เดือน กลายเป็นฉันอยู่ได้ 6 เดือน ไม่ผิดกฏหมาย…ใช่ความฝันเป็น ปี 2010 ช่วงเดือน พ.ย.-ม.ค…หิมะตกเยอะ มองออกไปข้างนอกเห็นแต่สีขาวเต็มไปหมด …ฉันบันทึกภาพไว้เยอะมาก ..เห่อ..ว่างั้นเถอะ คล้ายกับเด็กบ้านนอกเข้ากรุงอย่างไงอย่างนั้นเลย…อากาศเย็นถึงกับติดลบ – 10/-15 เป็นบางวัน ฉันจะสวมใส่เสื้อผ้าหลายตัวมาก แน่แหล่ะที่ไม่ชอบเลย ไม่เหมือนอยู่เมืองไทยใส่ผ้าอะไรก็ได้ ต้องการจะไปที่ไหนก็ไม่ต้องเปลี่ยน โฮ..อึดอัดมากเวลาจะออกไปข้างนอกทุกครั้งจะต้องดูว่าข้างนอกหนาวเย็นแค่ไหน จะต้องสวมเสื้อ (ยั๊กกะ) เสื้อกันหนาวตัวใหญ่ๆ หนามาก..ทุกวันนี้ใส่เสื้อทั้งหมด 3 ตัว กางเกงใส่ 2 ตัว ที่เห็นใส่ยีนส์ ข้างในก็มีกางเกงขายาวอีกตัว ใส่ถุงเท้าหนา ๆ ใส่รองเท้าคู่ยาว ๆ จะต้องมีสวมหมวกด้วยนะ ไม่ชอบเลยเพราะเป็นคนที่ไม่ชอบใส่หมวก แต่ต้องใส …เพราะเราอาจะไม่สบายได้ง่าย ต้องมีผ้าพันคอด้วยนะ…พันมันเข้าไปที่คอน่ะ จะได้อุ่น ๆ ก็เริ่มชินแล้วหล่ะ…

ส่วนใหญ่ผู้คนจะอยู่แบบ ๆ สงบเงียบ วันจันทร์ – ศุกร์ ตื่นเช้าคนที่มีงานทำจะตื่นตั้งแต่เช้ามาก และจะใช้รถบัสไปทำงาน มีรถสว่นตัวเอาไว้ใช้นอกหนือจากการไปทำงาน มีรถจักรยานไว้ใช้กัน เขาไม่ค่อยรถมอเตอร์ไซค์ …เห็นวัยรุ่นขับมอเตอร์ไซค์..อึดอัดแทน …ขับช้ามาก เพราะเขากำหนดความเร็ว คุณไม่มีใบขับขี่คุณไม่สามารถขับรถบนท้องถนนได้นะคะ ถ้าถูกตำรวจจับได้หรือผ่านการเตือนมาแล้วยึดไปขับขี่…ใบขับขี่ก็ไม่ได้ทำง่าย ๆ ยิ่งเป็นคนไทยด้วยแล้ว 2-3 เดือนคุณยังสอบไม่ผ่านก็อย่าหวังว่าจะได้มันมาง่าย ๆ …เขาเข้มงวดเรื่องกฏหมายบนท้องถนน ไม่ค่อยมีอุบัติเหตุ …ถ้าเป็นเมืองไทย ตำรวจเต็มไปหมดเลย ..ไม่ว่าจะไปที่ไหน..จะเห็นตำรวจนั่งทำหน้าที่..ยิ่งกรุงเทพ..โอ้ยตำรวจเยอะจริง ๆ …เป็นเพราะฉันอยู่ในเมืองเล็กๆมั่ง ยังไม่เห็นตำรวจเกิน 5 คนเลย นอกจากจะเกิดไฟไหม้ตามสถานที่ต่าง ๆ เท่านัี้น..เหมาะสำหรับคนไทยที่ชอบความสงบสวีเดนเป็นประเทศทีี่สวยงาม ถ้าไม่เข้าไปอยู่ในเมืองใหญ่ ยิ่งเงียบถึงกับเงียบมาก …เลยทีเดียว ชีวิตภรรยาที่ต้องเป็นแม่บ้าน หรือคนที่ไม่มีงานทำ ก็จะอยู่ในบ้าน เพราะมันอุ่น…ฉันจะเรียกมันว่าแผงเหล็กปรับอุณภูมิในบ้าน เราจะใส่ผ้าอะไรก็ได้…ในเวลาที่เราอยู่ในบ้าน …ห้องครัวก็ใช้ไฟฟ้าทุกอย่างใช้วงจรกระแสไฟฟ้าทำงานเกือบทุกอย่าง ที่บ้านที่ฉันอยู่เสียค่าไฟฟ้าทุกเดือน ประมาณ 600 kr ถ้าคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 2400- 2500 บาท ต่อเดือน ….คนที่ไม่มีงานก็อยู่ในบ้าน ทำอาหาร ทำความสะอาดบ้าน ถักไหมพรม ดูทีวี ไปซุปเปอร์ แล้วก็เดินกลับมาบ้าน ทำอาหาร ดูทีวี ทำอาหาร ..นั้งเล่นเน็ต…วาดรูป…อ่านหนังสือ ใครมีอะไรทำก็หามาทำ…จะออกไปคุยกับคนอื่น ๆ ท้อค่ะมันหนาว…ไม่ยากเดินออกไปข้างนอกเลยหล่ะ…
และที่ตรงกันข้ามคือ เวลาที่คุณป่วยจะต้องไปหาคุณหมอ…เมืองไทยมีสถานีอนามัย ที่สวีเดนก็มีนะคะ..ที่ว่าตรงกันข้ามก็คือ ฉันป่วย..แฟนก็พาไปสถานีอนามัยเดินไปแค่ 5 นาทีก็ถึงแหล่ะ…เริ่มเลยตรวจปัสสะวะ เจาะเลือดก่อน ถ้าเป็นโรงพยาบาลบ้านเรา เราจะต้องนั่งรอนานมาก เราจะทราบผลตรวจใช่มั้ยคะ …เปล่าคุณหมอเก็บปัสสะวะ เก็บผลเลือด..แล้วให้เรากลับบ้าน ไม่ได้ให้ยารักษาอะไรเลยนะคะ คุณตจ้องจ่ายเงิน 120 kr ทุกครั้งที่คุณไปรักษาถ้าคุณไปครบจ่ายบริการครบ 900 kr หลังจากนั้นคุณจะรักษาฟรีค่ะ …ยกเว้นต้องจ่ายค่ายารักษาโรคบางอย่างเอง…อ่ะว่าแล้วคุณหมอบอกให้กลับบ้านได้ เร็วมาก ไม่ถึงชั่วโมงค่ะ ฉันก็งง แล้วสรุปดิฉันเป็นไรแน่..? เออ..งง ๆ..แฟนบอกว่าเดี๋ยวเขาจะส่งจดหมายไปที่บ้านเกี่ยวกับผลการตรวจ 2-3 วันหรือเป็นอาทติย์ เราจะรออ่านจดหมายค่ะ…อ้าว…เหรอ…ผลการตรวจก็เช่นกัน..ว่าแล้วฉันเป็นเนื้องอกอ่อน ๆ ที่ผนังมดลูก บางเวลามันเจ็บปวดทรมานมาก ….ก็ไปพบคุณหมอที่สถานบริการอนามันอีกครั้ง …เขาก็ตรวจเลือด ตรวจปัสสะวะ ก็ดีค่ะ…ตอนนั้นยังไม่ทราบว่าเป็นเนื้องอก…คุณหมอบอกว่ากลับบ้านได้ครับ จะส่งผลการตรวจไปที่โรงพยาบาลใหญ่..ก็ต้องกลับมารอจดหมายจากโรงพยาบาลใหญ่ส่งมาที่บ้านว่าเมื่อไรที่คุณจะไปพบคุณหมอได้…รับจดหมายต้นเดื่อน วันที่ต้องไปคือ 29 เกือบสิ้นเดือนเลยค่ะ…ไม่ได้โกรธ หรือ ไม่พอใจ…โฮ..แต่ถ้าไม่ใกล้ตาย หรืออาการหนักจริงก็ต้องรอแบบนี้ แต่ถ้ามันอาการหนักจริง ๆ เขาก็ส่งคุณเข้าโรงพยาบาลทันใจเหมือนกันค่ะ….ที่เล่าเรื่องนี้เพราะคุณหรือใครที่จะไปอยู่เมืองนอก…เตรียมยารักษาโรคประจำตัวไปด้วย เพราะเวลาที่มันกำเริบ ตัวยาไม่ได้เหมือนกันทุกตัว…..ตอนนี้ฉันต้องรอคุณหมอนัดผ่าตัด…รอมาเกือบ 2 เดือนแล้วค่ะ…ยังไม่มีกำหนดผ่าเลย…เจ็บมั้ย ..มันก็จะเจ็บเวลาเรานั่งนาน ๆ ขฮโทษนะคะมันจะเจ็บทุกครั้งที่คุณปัสสะวะ…ไม่ได้เจ็บปวดทุกวัน…รอต่อไป (หัวเราะ)

ต่อมาเมื่อคุณถือวีซ่าถาวร คุณจะมีสิทธิ์เท่าเทียมกับประชาชนในสวีเดน แต่ถ้าคุณต้องการทำงาน คุณต้องเข้าโรงเรียน ผู้หญิงไทยหลายคนต้องเรียนอย่างน้อยต้อง ผ่าน เกรด B ส่วน เกรด C- D..ถ้าคุณเรียนได้ ยังไม่มีงานทำก็ไปเรียน ถ้าคุณเก่งนะคะ…หลักสูตร ผู้เรียนจะต้องศึกษาให้จบ ภายในเวลา 1 ปี ค่ะ…ผ่านเกรด คุณจะได้เงิน ประมาณ 6000 kr เราต้องเปิดบัญชีได้แล้ว ถ้าคุณจบทุกหลักสูตร คุณจะได้รับเงิน 12,000 kr หลังจากเรียนจบ ทุกเดือนคเป็นระยะเวลา 2 ปี..ดูดีนะคะ…แต่มันไม่ได้ง่ายเลย ผู้หญิงไทยส่วนใหญ่เรียนไม่จบ เอาแค่พอพูดได้ เข้าทำงานได้เท่านั้นเอง…บางคนก็ได้งานทำก่อน …เราต้องเลือกงานไว้ก่อนจริงมั้ยคะ…สวีเดนถ้าคุณต้องการเรียนคุณก็ไม่แจ้งว่าคุณต้องการเรียนต่อ …ก็สามารถเข้าไปเรียนกับเพื่อนที่ต้องการเรียนเหมือนกับคุณ…เพื่อนๆ ของดิฉัน..มาจาก อิรัก อิหร่าน แอฟริกา เวียดนาม..ในห้องมีแค่ 12 คน (ฉันเป็นคนไทยคนเดียว.oshv’ot8t) เอ๋อ…ค่ะแรก..ๆ พูดอะไรกันนักหนานะ…คุณครูใจดีมาก …บทเรียนมีทั้งหมด 13 บท…เริ่มตั้งแต่ A-Z เพิ่ม 3 ตัวนี้เข้าไป…Å-โอ Ä- แอ Ö- เออ…แบบฝึกหัดเหมือนเราเข้าเรียนอนุบาลบหรือ ป.1 ประมาณนั้นเลย…ใช้เวลา 2 อาทิตย์ ก็จบ 13 บทแล้ว แต่สอบทุกวันเลยนะคะ …ที่นี้ก็รอค่ะ รอย้ายห้องไปห้อง B…เลี่อนชั้นแล้วค่ะ B คุณครูจะเน้นให้เราสื่อสาร …คุณอยากจะเรียนมันสัก 1 เดือน หรือ 2 เดือนก็ตามใจ…คุณจะมีทั้งที่เพื่อนเก่ง ๆ ในห้อง คนที่เรียนช้า ๆ อยู่ร่วมกันหมดเลย 20 กว่าคน…คุณครูเก่งมากค่ะ คล่องด้วย…เพราะใช้แบบฝึกหัดที่คุณครูเตรียมเอาไว้แล้ว คนไหนที่เรียนเก่ง ๆ ก็มาช่วยเพื่อนที่เรียนไม่ค่อยทัน …เพราะนักเรียนในห้อง มีตั้งแต่อายุ 26-46 ทีเดียว…บางคนก็แก่มากแล้วคะ….ที่ต้องเรียนเพราะต้องการทำงานในสวีเดน กันทั้งนั้น..เรียนเพื่อสื่อสารพุดคุย เอาไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน…เรียนตั้งแต่วันจันทร์ -ศุกร์ วันละ 3 ชั่วโมง เท่านั้นเองค่ะ…ผู้หญิงไทยบางคนไม่มีพื้นฐานะเลยจากเมืองไทย …ก็สามารถเรียนได้…แต่จะเรียนไปได้กี่เดือนอันนั้นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถ…ค่ะ

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.